save upto 20% limited time only
Free Standard Shipping on all over $70
App launch offer extra 30% off

สินค้าขายดี

  • VELOCITA NAPLES V
    VELOCITA NAPLES V

    VELOCITA NAPLES V :14AWG (L) UHP-OFC Conductor with Super Shiled Jacket...

    250 ฿
  • WIREWORLD STREAM 7
    WIREWORLD STREAM 7

    Wireworld Stream 7™ สายลำโพงรุ่นเริ่มต้นที่ใช้เทคโทคโนโลยี DNA Helix...

    350 ฿
  • VELOCITA NAPLES I
    VELOCITA NAPLES I

    VELOCITA NAPLES I : 16AWG (M) OFC Conductor with Ultra Flexible Jacket...

    150 ฿
  • WIREWORLD ISLAND™ 7
    WIREWORLD ISLAND™ 7 VERSION 2.0B 4K60HZ HDR

    WIREWORLD Island 7 สุดยอดสายสัญญาณระดับโลก ด้วยเทคโนโลยี Symmetricon...

    1,950 ฿
  • ONKYO TX-SR343
    ONKYO TX-SR343

    Onkyo TX-SR343 สุดยอดคุณสมบัติในราคาประหยัด HDMI® 4in 1out (4K UltraHD /...

    15,900 ฿
  • VELOCITA - Banana Speaker Plugs - Gold 24K
    VELOCITA - Banana Speaker Plugs - Gold 24K

    โครงสร้างหัวบานาน่าเคลือบทองเงางาม และมีปลอกพลาสติกเงาหุ้มภายนอก...

    590 ฿
  • DEOXIT®GOLD
    DEOXIT®GOLD

    เพิ่มประสิทธิภาพในการนำของไฟฟ้า เพิ่มความสามารถในการเชื่อมต่อ...

    390 ฿
  • QED PERFORMANCE SUBWOOFER
    QED PERFORMANCE SUBWOOFER

    99.999% Oxygen Free Copper conductors Co-axial design shielded for...

    1,900 ฿

Information

ผู้ผลิต

สินค้าราคาพิเศษ

ผู้จัดหาสินค้า

ไม่มีผู้จัดหาสินค้า

JBL Cinema 510 ชุดลำโพง 5.1 ชุดเล็กแต่หนักแน่นสะใจ

JBL Cinema 510 ชุดลำโพง 5.1 ชุดเล็กแต่หนักแน่นสะใจ
รีวิว JBL Cinema 510 ชุดลำโพง 5.1 แชนแนลจะใช้รับชมภาพยนตร์หรือฟังเพลงก็สนุกไม่แพ้กัน

กราบสวัสดีคุณผู้อ่านและแฟนๆ เว็บไซต์ HOMETHEATERTHAILAND.COM กลับมาพบกันอีกเช่นเคยนะฮะ วันนี้ทางเราก็มีชุดลำโพงขนาดเล็กมารีวิวให้คุณผู้อ่านได้รับชมกันแบบชิวๆ กันบ้าง แต่ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่าคุณภาพเสียงไม่เล็กตามขนาดอย่างแน่นอน ซึ่งกระผมคิดว่าน่าจะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่เน้นประสิทธิภาพการใช้งานเป็นหลัก ทั้งยังคงไม่ไปลดพื้นที่ใช้สอยในภายในห้องมากจนเกินไป เพราะบางท่านอาจจะอยู่คอนโดแต่ก็ยังอยากได้อารมณ์การใช้งานที่เหมือนกับโรงภาพยนตร์ขนาดย่อมๆ อยู่ก็เป็นได้



JBL - Cinema 510
ราคา 20,000 บาท

 
โดยชุดลำโพงที่กระผมจะนำมารีวิวให้ทุกท่านได้รับชมในครั้งนี้จะเป็นชุดลำโพงขนาดเล็กจาก JBL มีชื่อรุ่นว่า Cinema 510 มาพร้อมกับระบบเสียง 5.1 แชนแนล ซึ่งรองรับการใช้งานกับแอมป์ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ โดยจุดเด่นเห็นจะเป็นส่วนของลำโพง Center, Front Left-Right และ Surround Left-Right ที่มาในรูปทรงและขนาดเดียวกัน โดยตัวลำโพงนั้นจะเป็นแบบวางหิ้งและมีจุดยึดสำหรับแขวนกับผนังด้วยเช่นกัน
 
ส่วนของตัวลำโพง Subwoofer นั้นจะมีรูปทรงคล้ายกับลูกเต๋า แถมยังได้รับการออกแบบด้วยการใช้โทนสีดำเกือบทั้งหมด และในส่วนของกำลังขับทั้งหมดรวมกันจะอยู่ที่ราวๆ 160 วัตต์เลยทีเดียว แต่ทั้งหมดนี้มิอาจใช้เป็นเครื่องการันตีได้ว่ามันจะมาพร้อมกับคุณภาพเสียงที่ดีตามไปด้วย จึงเป็นเหตุที่ทำให้เราจึงต้องมาพิสูจน์กันนั่นเอง แต่ก่อนอื่นต้องขอพาคุณผู้อ่านไปไล่ดูสเปคคร่าวๆ ของเจ้า JBL Cinema 510 กันซะก่อน 
 
สำหรับสเปคคร่าวๆ ของ JBL Cinema 510 มีดังนี้
Satellites
Recommended Amplifier Power 10 - 100 Watts
Power Handling (Continuous/Peak) 50W/160W
Nominal Impedance 8 Ohms
Sensitivity 86dB @ 1 Watt/1 meter
Frequency Response 150Hz – 20kHz (–6dB)
Midrange One 75mm (3”) driver
Dimensions (H x W x D) 133mm x 95mm w 94mm (5-1/4” x 3-3/4” - 3.7”)
 
Weight 0.63kg (1.39lb)
Subwoofer
Amplifier 60 Watts RMS
Woofer 165mm (6" 1/2)
Enclosure Bass reflex
Dimensions (H x W x D, including feet) 321mm x 245mm x 242mm 
(12.64” x 9.64” x 9.53”)
Weight 4.99kg (11lb)
 


เป็นที่แน่นอนว่าหลังจากที่กระผมได้เกริ่นถึงรายละเอียดและคุณสมบัติเด่นของเจ้า JBL Cinema 510 ไปเมื่อครู่นี้แล้ว ทีนี้ก่อนที่เราจะได้ไปทดสอบการฟังกับเรื่องของเสียงนั้นต้องขอพาคุณผู้อ่านทุกท่านมาดูส่วนของดีไซน์ที่ทาง JBL ได้ใส่มาบนตัวของลำโพงชุดนี้ว่าจะมีความกลมกลืนของทุกชิ้นส่วนมากน้อยเพียงใด ถ้าหากพร้อมแล้วไปดูกันเลยจ้า 
 

เมื่อทำการแกะกล่องออกมาทั้งชุดจะมีหน้าตาเป็นเช่นนี้
 
JBL Cinema 510 เป็นชุดลำโพงที่รองรับระบบเสียงสูงสุดที่ 5.1 แชนแนล ประกอบด้วยลำโพง Center, Front Left-Right, Surround Left-Right และ Subwoofer ทั้งหมดนี้จะมาพร้อมกับการออกแบบที่มีความกลมกลืนกันทั้งชุด โดยโทนสีของลำโพงนั้นจะเป็นโทนสีดำทั้งหมด
 

โดยส่วนที่เป็นลำโพง Center, Front Left-Right และ Surround Left-Right ทาง JBL ได้เลือกใช้ลำโพงที่เป็นรุ่นเดียวและแบบเดียวกันทั้งหมด
 

นี่คือหน้าตาของตัวอุปกรณ์ทั้งหมดที่แถมมาให้ภายในชุด
 
สำหรับของแถมที่ให้มาภายในชุดนั้นจะมีดังนี้
 1. สายลำโพง จำนวน 5 เส้น
 2. สาย RCA สำหรับเชื่อมต่อเข้ากับ Subwoofer จำนวน 1 เส้น
 3. สาย Power สำหรับใช้งานกับ Subwoofer จำนวน 1 เส้น
 4. คู่มือ จำนวน 1 ชุด
 

ลองนำลำโพงทั้ง 5 ตัวมาแปรแถวก็แลดูสวยดีเหมือนกันนะ คุณผู้อ่านคิดอยู่เหมือนกันไหม?

สำหรับลำโพงหลักทั้ง 5 ตัวนี้จะมีขนาดตัวอยู่ที่ 133 x 95 x 94 มิลลเมตร (สูง x กว้าง x ลึก) มาพร้อมกับไดร์เวอร์มิดเรนจ์ขนาด 3 นิ้ว ซึ่งสามารถตอบสนองเสียงในย่านความถี่กลางได้ในระดับ 150Hz – 20kHz และในสเปคได้บอกไว้ว่าสามารถรองรับกำลังขับได้มากถึง 100 วัตต์ กับลำโพงขนาดเล็กแบบนี้ถือว่าไม่เบาจริงๆ
 

มาดูที่หน้าตาของลำโพง Center, Front Left-Right และ Surround Left-Right ในมุมใกล้ๆ กันบ้าง

โดยด้านหน้าของลำโพงจะเป็นตะแกรงโลหะสีดำมีลักษณะโค้งมนทั้งขอบด้านซ้ายและด้านขวา ส่วนที่บริเวณตรงกลางด้านล่างจะเป็นแผ่นโลหะสีเงินที่มีการสกรีนโลโก้ของ "JBL" และแน่นอนว่าที่ด้านล่างก็จะมีคำว่า "Cinema 5.1" ที่เป็นตัวหนังสือตัวเล็กๆ กำกับไว้อยู่เช่นกัน
 

นอกจากนี้แล้วยังมีแผ่นยางสำหรับช่วยลดการสั่นสะเทือนของลำโพงมาให้เราได้ใช้งานกันอีกด้วยนะ
 

ลองจับพลิกมาดูที่ด้านหลังกันสักหน่อย
 
หลังจากที่พลิกมาดูที่บริเวนด้านหลังของลำโพงจะพบว่าตัวบอดี้ภายนอกทั้งหมดนั้นยังทำมาจากพลาสติกคุณภาพสูง มาพร้อมกับโทนสีดำด้านและผนวกเข้ากับสีดำมันเงาตรงส่วนของขอบลำโพง นอกจากนี้จะเห็นว่าตรงส่วนที่เป็นช่องต่อสายลำโพงทาง JBL ได้ใส่ฝา Lock ที่บริเวณนี้มาให้อีกด้วย

ถ้าหากเห็นแรกๆ จะสงสัยกันใช่ไหมว่าเจ้าฝา Lock นี้มันมีประโยชน์อย่างไร ซึ่งประโยชน์ของเจ้าฝาที่ว่านี้ก็คือมันจะช่วยให้เราสามารถใช้ยึดตัวของลำโพงเข้ากับผนังได้นั่นเอง โดยรอยบากที่เป็นแฉกๆ นั้นจะเป็นส่วนที่ใช้สำหรับแขวนเข้ากับสกรูได้อย่างแนบเนียน
 

ซูมผ่านตัวฝาตระแกรงกันแบบใกล้สุดๆ กันอีกสักภาพ จะเห็นว่าตัวไดร์เวอร์มิดเรนจ์ขนาด 3 นิ้วนั้นใหญ่เต็มพื้นที่บริเวณด้านหน้าเลยล่ะ
 

มาดู Subwoofer ที่เป็นลำโพงอีกหนึ่งตัวที่ถือว่ามีความสำคัญไปไม่น้อยเลยแม้แต่นิดเดียวถ้าหากเทียบกับลำโพงทั้ง 5 ตัวที่ได้พูดถึงไปก่อนหน้านี้
 
โดยตัวของ Subwoofer นั้นเป็นแบบ Active จะมาในรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส เพิ่มความน่าเกรงขามด้วยการใช้โทนสีดำทั้งหมดและเสริมความโดดเด่นเล็กน้อยด้วยผ่านยางรองขาลำโพงที่เป็นโทนสีส้มจี๊ดจ๊าด ในส่วนขนาดของตัวลำโพง Subwoofer นั้นจะอยู่ที่  321 x 245 x 242 มิลลิเมตร (สูง x กว้าง x ลึก) ซึ่งถือว่าขนาดไม่ได้ใหญ่อะไรมากนัก
 

ขยับมาดูที่บริเวณทางด้านหลังจะพบเข้ากับส่วนของท่อเบสที่ยิงออกทางด้านหลังตู้ พร้อมกันนี้ยังเป็นส่วนของภาคขายที่ซ่อนอยู่บริเวณนี้อีกด้วยเช่นกัน
 

เมื่อลองจับลำโพง Subwoofer ตะแคงนอนกับพื้นจะพบเข้ากับไดร์เวอร์วูบเฟอร์ขนาด 6 1/2 นิ้ว ที่ยิงคลื่นเสียงความถี่ต่ำลงสู่พื้นเหมือนลำโพงตัวอื่นๆ ที่มักใช้หลักการทำงานในลักษณะนี้

หลังจากที่ผ่านส่วนของดีไซน์กันไปหมาดๆ ทีนี้กระผมต้องขอพาคุณผู้อ่านทุกท่านมาเน้นกันที่ส่วนที่เป็นช่องต่อของตัวลำโพงกันบ้าง ซึ่งส่วนนี้ถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้กับดีไซน์เช่นกัน
 

สำหรับช่องเสียบสายลำโพงที่ตัวของ Center, Front Left-Right และ Surround Left-Right จะเป็นแบบหนีบ ซึ่งตัวของรูเสียบนั้นจะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก หากอยากอัพเกรดสายลำโพงให้ดีขึ้นจะต้องกะขนาดสายให้พอเหมาะ
 

ถัดมาที่แผงของภาคขายจะประกอบด้วย ไฟแสดงสถานะ, สวิทช์ปรับ Phase, วอลุ่มปรับระดับความดัง และช่องเสียบสาย Power ซึ่งส่วนนี้จะปิดทับและยึดภาคขยายภายในด้วยแผ่นเหล็กที่เราเห็นกัน
 

จากที่ปล่อยให้คุณผู้อ่านหลายๆ ท่านได้รับชมส่วนของดีไซน์และช่องต่อไปก่อนหน้านี้ ในที่สุดเราก็มาถึงยังส่วนที่ใครหลายๆ ท่านรอคอยกันอยู่นั่นก็คือส่วนของการทดสอบคุณเสียงกันแล้ว ซึ่งส่วนนี้จะเป็นส่วนที่กระผมจะพาไปรับฟังคาแรคเตอร์ของเสียงที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากเจ้า JBL Cinema 510 ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง? และจะเหมาะกับสไตล์การใช้งานแบบไหนบ้าง? ถ้าหากพร้อมแล้วไปเริ่มกันได้ ณ บัดเดี๋ยวนี้
 

มาเริ่มกันที่การจัดเซ็ตอัพชุดลำโพง JBL Cinema 510 ให้เข้ากับห้องโฮมเธียเตอร์ที่เราจะใช้ทดสอบกันก่อน
 
สำหรับการติดตั้งเจ้าลำโพงชุดนี้ที่เป็นระบบเสียง 5.1 แชนแนล ประกอบด้วยลำโพงทั้งหมด 6 ตัวนั่นก็หมายความว่าเราต้องวางลำโพงทั้ง 6 ตัวลงบนจุดต่างๆ ให้ถูกต้อง อย่างที่ได้บอกไปว่าลำโพงหลักที่เป็น Center, Front Left-Right และ Surround Left-Right จะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกัน ทำให้เราสามารถที่จะหยิบลำโพงตัวไหนก็ได้มาวางในตำแหน่ง Center นั่นเอง
 

หลังจากที่ได้ทำการติดตั้งและปรับแต่งระบบเสียงพร้อมกับการปล่อยเบิร์นลำโพงให้ลงตัวกันแล้ว ทีนี้ก็พร้อมที่จะไปทดสอบการรับชมภาพยนตร์กันแล้วจ้า พร้อมกันรึยังเอ่ย? 
 

มาเริ่มระเบิดความมันด้วยการเปิดภาพยนตร์เรื่อง Resident Evil: Afterlife กันซะเลย
 
จากการใช้เจ้า JBL Cinema 510 รับชมภาพยนตร์เรื่อง Resident Evil: Afterlife เป็นเรื่องแรกนั้น พบว่าเจ้าลำโพงตัวเล็กๆ ทั้ง 5 ตัวที่ตั้งอยู่รายรอบของตัวกระผมนั้นสามารถให้น้ำหนักของเสียงออกมาได้ดีกว่าที่คิดไว้พอสมควร

โดยฉากที่เป็นแอฟเฟคเฟี้ยวฟ้าว อย่างเช่น ฉากที่นางเอกสู้กับปีศาจยักษ์ที่ถือขวานอันใหญ่มโหฬารนั้น (มันชื่ออะไรนะ) ก็สามารถถ่ายทอดรายละเอียดที่เป็นเสียงน้ำ เสียงที่ขวานที่หวดเข้าไปกระทบกับกำแพง หรือแม้กระทั้งฉากที่นางเอกใช้ปืนลูกซองยิงเหรียญออกมา ก็สามารถให้รายละเอียดของเสียงได้อย่างสมจริง
 

มาต่อกันที่ภาพยนตร์บู๊แอ็คชั่นอย่างเรื่อง The Avengers กันอีกสักเรื่อง 

หลังจากที่รับชมภาพยนตร์จบไปหนึ่งเรื่องยังไม่ทันได้ซึมซับคาแรคเตอร์เสียงของ JBL Cinema 510 อย่างเต็มที่สักเท่าไหร่ กระผมจึงได้มาต่อที่เรื่อง The Avengers กันอีกสักเรื่อง หลังจากที่รับชมจนจบทั้งสองเรื่องแล้วก็พบว่าความรู้สึกของการตอบสนองไม่ว่าจะเป็นความถี่ในย่านเสียงกลางและเสียงสูงตัวลำโพงทั้ง 5 ตัวที่ใช้ไดร์เวอร์มิดเรนจ์ขนาด 3 นิ้วทั้งหมดนั้น สามารถทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจ

JBL Cinema 510 สามามารถให้น้ำเสียงออกมาได้อย่างคมชัดแต่ก็ไม่ได้ถึงกับกระแทกกระทั้นอะไรมากนัก ทั้งยังให้เสียงสูงที่ค่อนข้างเปิดกว้างแต่ก็ไม่ได้ฟุ้งฟิ้งจนถึงกับฟังแล้วรู้สึกล้าแต่อย่างใด สำหรับตัวของเสียงในย่านความถี่ต่ำที่ได้จากลำโพง Subwoofer นั้นไม่พบว่ามีอาการย้วยหรือครางแต่อย่างใด แต่ในทางกลับกันเสียงที่ได้นั้นจะค่อยๆ แพร่ออกมานิ่มๆ อาจจะไม่ได้ตึ้งตั้งเหมือนกับ Subwoofer ตัวใหญ่ๆ ที่ได้เคยสัมผัสมาสักเท่าไหร่นัก
 

ลองเปลี่ยนมาดูภาพยนตร์แอนิเมชั่นเบาๆ กันบ้าง ซึ่งจากการใช้งานตัวของชุดลำโพงก็สามารถถ่ายทอดน้ำเสียงของตัวละครออกมาได้อย่างเด่นชัดเช่นกัน แบบว่าดูแล้วเพลินเลยทีเดียว
 

ลองเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งดูคอนเสิร์ตเพื่อปล่อยให้อารมณ์ล่องลอยไปกับเสียงเพลงกันบ้างก็ทำให้ได้ผ่อนคลายไปอีกแบบ
 

ฟังไปฟังมาก็ลองมานั่งโฟกัสกันที่เสียงของตัวนักร้องกันสักหน่อยว่ามันจะสมจริงเหมือนมีนักร้องมายืนร้องให้เราได้รับฟังอยู่ตรงหน้ากันหรือเปล่า 

จากการที่กระผมได้นั่งดูนั่งฟังคอนเสิร์ตอยู่หลายเพลง ถึงแม้ว่า JBL Cinema 510 จะเป็นชุดลำโพงแบบ 5.1 แชนแนลที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากนักแต่ตัวมันเองก็สามารถถ่ายทอด Soundstage ได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นความกว้างของเสียงกลางและเสียงสูงที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากไดร์เวอร์มิดเรนจ์นั้นถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างกว้าง และส่วนที่เป็นเสียงในย่านความถี่ต่ำลึกก็สามารถแสดงออกมาได้กำลังดีถึงแม้ว่าจะไม่ได้ลึกอะไรมากนัก แต่ก็ให้ความรู้สึกที่ฟังสบายไม่รู้สึกจุกเมื่อฟังเป็นเวลานานๆ ติดต่อกัน
 

ปิดท้ายด้วยการเปิดเพลงจากแผ่นซีดีแล้วนอนกลิ้งฟังอยู่บนโซฟานิ่มๆ
 
โดยวันนี้กระผมได้ลองนำเอาแผ่นเพลงไทยที่มีอารมณ์เพลงฟังสบายๆ เหมาะแก่วันพักผ่อนมาลองเปิดฟังกันบ้าง ซึ่งพบว่าเสียงนักร้องและเสียงกีต้าในย่านความถี่สูงๆ ก็ยังคงมีกลิ่นไอความหวานละไมอยู่พอสมควรถึงแม้ว่าตัวของลำโพงจะไม่ได้รับการติดตั้งไดร์เวอร์ทวิตเตอร์มาให้ก็เถอะ สำหรับในเรื่องของเสียงกลางนั้นก็ยังคงมีความคมชัดตามสไตล์ของเสียงที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากมิดเรนจ์เหมือนเช่นเคย
 

สำหรับส่วนนี้กระผมก็ขอทิ้งท้ายด้วยภาพบรรยากาศโดยรวมภายในห้องที่เราใช้ทดสอบเสียงกันสักเล็กน้อย


เป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ยสำหรับชุดลำโพง 5.1 แชนแนลจาก JBL ที่มีชื่อรุ่นว่า Cinema 510 หลังจากที่ได้อ่านรีวิวกันแบบเต็มอิ่มไปสองหน้า สำหรับลำโพงชุดนี้ถือว่าเป็นชุดลำโพงขนาดเล็กที่ได้รับการออกแบบมาให้สามารถนำไปจัดวางเข้ากับห้องสไตล์แบบต่างๆ ได้อย่างลงตัว เพราะว่าตัวของมันนั้นมาในมาดเข้มด้วยโทนสีดำที่ไม่ว่าจะเอาไปจัดวางกับห้องแบบไหน ต้องลงตัวและกลมกลืนไปกับห้องอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ตัวลำโพง Center, Front Left-Right และ Surround Left-Right นั้นจะเป็นแบบวางหิ้งแต่ก็ยังสามารถแขวนเข้ากับผนังห้องได้ด้วยเช่นกัน โดยเจ้า JBL Cinema 510 นั้นรองรับการใช้งานกับแอมป์ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง หรือจะใช้คู่กับแอมป์รุ่นใหญ่ก็ได้ไม่ว่ากัน

 
ในการรีวิวครั้งนี้ทางเราได้เลือกใช้การติดตั้งเข้ากับขาตั้งลำโพงหรือจะเรียงว่าวางหิ้งก็ได้เช่นกัน

จากสเปคของ JBL Cinema 510 จะมาพร้อมกับลำโพงที่ได้รับการติดตั้งไดร์เวอร์มิดเรนจ์ขนาด 3 นิ้วทั้งบน Center, Front Left-Right และ Surround Left-Right ซึ่งจากการทดสอบการใช้งานจริงนั้นถึงแม้ว่าลำโพงทั้ง 6 ตัวนี้ จะไม่ได้รับการติดตั้งไดร์เวอร์ทวิตเตอร์มาให้เลยแม้แต่นิดเดียว แต่จากการที่ได้ฟังกับหูของกระผมเองพบว่ามันสามารถถ่ายทอดเสียงออกมาได้กว้างมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเสียงกลางที่มีความเต็มอิ่มและรวมถึงเสียงในย่านความถี่สูงที่ทำออกมาได้อย่างน่าโดดเด่นเกินตัวพอสมควร

ส่วนในย่านของความถี่ต่ำที่ภายในชุดทาง JBL ได้ส่ง Subwoofer ที่มีขนาดเล็กกระทัดรัดแต่อัดแน่นมาด้วยไดร์เวอร์วูบเฟอร์ขนาด 6 1/2 นิ้วที่สามารถลงรายละเอียดเสียงในย่านความถี่ต่ำได้ลึกในระดับที่น่าพอใจ แถมทั้งเมื่อได้นำไปทดลองรับชมภาพยนตร์ประเภทบู๊แอ็คชั่นก็ยังคงแสดงรายละเอียด อย่างเช่น เสียงเตะต่อย หรือเสียงระเบิด ออกมาได้อย่างพอดิบพอดีถึงแม้จะไม่ได้ลึกจนสั่นสะท้านก็เถอะ

 

JBL - Cinema 510
ราคา 20,000 บาท

มาปิดท้ายกันที่เรื่องของการใช้ฟังเพลงจากการที่ได้ทดลองใช้ฟังเพลงจากหลากหลายแนวนั้นส่วนตัวแล้วคิดว่ามันเป็นอะไรที่ดีมากเลยนะ เพราะว่าคาแรคเตอร์ของน้ำเสียงในย่านความถี่ต่างๆ ที่ถูกส่งออกมาจะไดร์เวอร์นั้นถือว่ามีความนุ่มนวลเกินตัวและไม่รู้สึกถึงความกระด้างของน้ำเสียงเลยแม้แต่นิด รวมถึงเสียงเบสที่ถูกส่งออกมาจากลำโพงซับวูฟเฟอร์นั้นก็ค่อนข้างกระชับและเบสนั้นมาเป็นลูกบางๆ แบบว่าไม่ได้ตู้มเดียวแล้วจบไปเลยนับว่าน่าสนใจไปอีกแบบ

สำหรับใครที่กำลังมองหาชุดลำโพงขนาดเล็กค่อนไปกลางๆ พร้อมทั้งรองรับการใช้งานกับห้องที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนักหรือจะเอาไปติดไว้ดูภาพยนตร์ฟังเพลงชิวๆ ในคอนโดก็สะดวกไม่แพ้กัน ถ้าหากท่านใดสนใจชุดนี้อย่าพึ่งด่วนตัดสินใจกระผมแนะนำให้ไปลองฟังดูก่อนถ้าชอบก็จัดไปเลยจ้า

ข้อดีของ JBL รุ่น Cinema 510
1. ลำโพง Center, Front Left-Right และ Surround Left-Right มาพร้อมกับไดร์เวอร์มิดเรนจ์ที่สามารถตอบสนองเสียงได้ครบทุกย่านความถี่
2. ใช้งานกับห้องที่มีพื้นที่จำกัดได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องกลัวว่าติดตั้งไปแล้วจะทำให้พื้นที่ใช้สอยภายในห้องจะลดลง
3. มาพร้อมกับโทนสีดำทั้งตัวสามารถจัดเข้ากับห้องได้แทบทุกสไตล์
ข้อเสียของ Denon รุ่น Cinema 510
1. ลำโพง Subwoofer ที่แถมมาให้ภายในชุดมีขนาดค่อนข้างเล็กจึงทำให้รู้สึกว่ามันยังไม่ค่อยสุดเท่าที่ควร แต่ในเรื่องของการคืนตัวก็สามารถทำออกมาได้รวดเร็วทันใจ
2. สายลำโพงที่แถมมาให้ค่อนข้างสั้นไปหน่อย แต่ก็สามารถอัพเกรดเปลี่ยนสายได้
 


คะแนน JBL Cinema 510
รูปลักษณ์ (Design)
8.00
เสียง (Sound Quality)
8.00
การเชื่อมต่อ (Connectivity)
7.75
ราคาและความคุ้มค่า (Value)
8.25
คะแนนตัดสิน
8.0
HOMETHEATERTHAILAND.COM
Score



ที่มา HOMETHEATERTHAILAND