save upto 20% limited time only
Free Standard Shipping on all over $70
App launch offer extra 30% off

สินค้าขายดี

  • VELOCITA NAPLES V
    VELOCITA NAPLES V

    VELOCITA NAPLES V :14AWG (L) UHP-OFC Conductor with Super Shiled Jacket...

    250 ฿
  • WIREWORLD STREAM 7
    WIREWORLD STREAM 7

    Wireworld Stream 7™ สายลำโพงรุ่นเริ่มต้นที่ใช้เทคโทคโนโลยี DNA Helix...

    350 ฿
  • VELOCITA NAPLES I
    VELOCITA NAPLES I

    VELOCITA NAPLES I : 16AWG (M) OFC Conductor with Ultra Flexible Jacket...

    150 ฿
  • WIREWORLD ISLAND™ 7
    WIREWORLD ISLAND™ 7 VERSION 2.0B 4K60HZ HDR

    WIREWORLD Island 7 สุดยอดสายสัญญาณระดับโลก ด้วยเทคโนโลยี Symmetricon...

    1,950 ฿
  • ONKYO TX-SR343
    ONKYO TX-SR343

    Onkyo TX-SR343 สุดยอดคุณสมบัติในราคาประหยัด HDMI® 4in 1out (4K UltraHD /...

    15,900 ฿
  • VELOCITA - Banana Speaker Plugs - Gold 24K
    VELOCITA - Banana Speaker Plugs - Gold 24K

    โครงสร้างหัวบานาน่าเคลือบทองเงางาม และมีปลอกพลาสติกเงาหุ้มภายนอก...

    590 ฿
  • DEOXIT®GOLD
    DEOXIT®GOLD

    เพิ่มประสิทธิภาพในการนำของไฟฟ้า เพิ่มความสามารถในการเชื่อมต่อ...

    390 ฿
  • QED PERFORMANCE SUBWOOFER
    QED PERFORMANCE SUBWOOFER

    99.999% Oxygen Free Copper conductors Co-axial design shielded for...

    1,900 ฿

Information

ผู้ผลิต

ผู้จัดหาสินค้า

ไม่มีผู้จัดหาสินค้า

Onkyo TX-NR656 with Dolby Atmos and DTS-X

Onkyo TX-NR656 with Dolby Atmos and DTS-X
PHOTO :  ฐานทอง กาญจน์ภูดิส
Onkyo TX-NR656 with Dolby Atmos and DTS-X
ในที่สุดก็ได้ทดสอบเน็ตเวิร์คเอวีรีซีฟเวอร์ที่ตั้งใจเสียที อาจเป็นเพราะว่าจังหวะเวลายังไม่ตรงกัน ไม่เป็นไรครับ เราชอบของใหม่ๆ สดๆ อยู่แล้ว 
มาตัวนี้นี่ สด และ ใหม่ สมใจ กับ Onkyo TX-NR656 
ก่อนอื่นย้อนกลับไปดูเรื่องราวที่ผ่านมาของสินค้าแบรนด์นี้กันก่อนสักนิด เขาเดินมาถึงปีนี้เป็นปีที่ 70 แล้วครับ ไม่ใช่ใครๆ จะทำได้ง่ายๆ
ต้องอาศัยกรอกกันอย่างรวดเร็วเหมือนเทปแล้วล่ะครับ ไล่จนถึงปี 1993 ซึ่งเป็นปีที่ av receiver ของ onkyo เป็นแบรนด์แรกที่ได้รับการรับรองจาก THX ซึ่งตอนนั้นถือว่าเป็นยุคของ Onkyo ที่เข้ามาทำตลาดในบ้านเราจริงจังโดยจะได้เห็น audio component เข้ามาบุกตลาดก่อนหลายรุ่น ถัดมาในปี 1996 เอวีรีซีฟเวอร์ตัวแรกของโลกที่เป็น 5.1 channel ก็ได้โลโก้ THX การันตีอยู่หน้าเครื่องหราแบบที่ทำให้ยี่ห้ออื่นอิจฉาตาร้อนกันอีกครั้ง
ธรรมดาซะที่ไหน..
แล้วก็มาถึง Onkyo ในยุคปัจจุบันที่ก้าวเข้ามาสู่ยุคดิจิตอลอย่างเต็มตัวเพิ่มคุณค่าของสินค้าให้มีมูลค่ามากขึ้น พัฒนาจุดเด่นของทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ไปพร้อมกัน 
หน้าตาดูหล่อที่เดียว อาจจะเห็นกันคุ้นแล้วกับรุ่นพี่ แต่ก็ลงตัวกว่าซีรี่ส์ก่อนหน้านี้อยู่ดี
เรียกได้ว่าถ้าพูดถึงเรื่อง คุณภาพของเสียงหรือการสร้างแรงบันดาลใจที่จะทำให้คนอยากหันมาหาความบันเทิง ทางด้านเสียง แล้วละก็ออนเกียวถือว่าเป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่มีสินค้าให้เลือกครบตั้งแต่ตั้งลำโพงที่วางบนโต๊ะ จนถึงชุดเครื่องเสียงแบบอยู่ในห้องโฮมเธียเตอร์ชุดใหญ่
เอาล่ะครับพอได้จินตนาการถึงออนเกียวกันได้บ้างแล้ว ตีวงเข้ามาเฉพาะตลาดโฮมเธียเตอร์เรารู้กันดีว่าออนเกียวมีภาระกิจที่ยิ่งใหญ่กว่ายี่ห้ออื่น ซึ่งมันเป็นผู้บุกเบิก เป็นผู้นำ ไม่เคยเป็นผู้ตาม 
AV receiver ที่ร้อนแรงที่สุดในเวลานี้คงหนีไม่พ้น Onkyo 7.2 channel network receiver รหัสโมเดล TX-NR656 
ที่สามารถถอดรหัสได้ทั้ง Dolby Atmos และ DTS-X ทั้งคู่ในเวลานี้ 
ระดับราคาค่าตัวอยู่ 3 หมื่นต้นๆ ทำให้มันเป็น Network AV Receiver ที่ต้องจับตามองเพราะออนเกียวใส่ฟังชั่นลงมาแบบไม่ยั้งอยู่แล้ว มาดูกันครับว่า 656 ตัวนี้จะถูกปากถูกคอคนที่ชอบดูหนัง และฟังเพลงได้ขนาดไหน 
Overview
แน่นอนว่ามันมาพร้อมกับ Bluetooth เวอร์ชั่น 2.1 + EDR และ Wi-Fi on board รองรับระบบภาพ 4k/60 Hz ในส่วนการประมวลผลภาพของ 656 ตัวนี้เน้นไปการส่งผ่านไปที่การแสดงผลมากกว่า ไม่มีพารามิเตอร์การปรับแต่งอะไรให้เห็น และไม่ต้องกังวลว่า เพราะมันสามารถรองรับ HDR HDCP 2.2 กับ HDMI เอ้าพุตสองชุด แต่ที่สำคัญก็คือมันจัดการกับสัญญาณ Full HD ที่เข้ามาให้เป็น 4K ได้แบบที่จะชุบชีวิตเครื่องเล่นบลูเรย์ตัวเก่าของคุณเลยทีเดียวเชียว
รีโมทถูกลดปุ่มไปเยอะ แต่ก็ใช้งานได้คล่องจากออนสกีนบนทีวี
ขั้วรับอินพุตด้านหน้ามีแค่นี้

นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเอวีรีซีฟเวอร์ของ Onkyo ทุกรุ่นต้องสนับสนุนระบบเสียง Dolby Atmos แต่รุ่นนี้หลังจากการอัพเดตเฟริมแวร์ล่าสุดก็รองรับ DTS:X เพิ่มขึ้นมาอีกฟอร์เมตนึง ครบทั้งสองค่ายเลยคราวนี้  7.2 channel ของ Onkyo ตัวนี้มีรูปแบบวิธีเซ็ตอัพลำโพงได้มากมายหลายแบบ 
ตั้งแต่ที่เริ่มต้น 2.1.2 channel ไปจนถึง 5.1.2 channel ทุกตัวตำแหน่งการเซ็ตอัพลำโพงที่อยู่บนศีรษะหรือเรียกว่า Height channel สามารถเลือกไล่ไปตั้งแต่ Front High/ Top front/ Top Middle/ Top Rear/ Dolby speaker/ Dolby speaker surround เลือกได้ทีละคู่ครับ แต่ในฟอร์แมตที่เราใช้งาน ก็คือ 5.1.2 โดยใช้ Height speaker หรือ channel ด้านบนเป็น Top front ตามรูป
ซึ่งโดยทั่วไปแล้วในการปรับแต่งระบบเสียงของ AV receiver ออนเกียวจะใช้ AccuEQ สำหรับในการเซ็ตอัพแบบอัตโนมัติมาให้ด้วยกับ 656 ตัวนี้จะเพิ่มฟังก์ชั่น AccuReflex ขึ้นมา ซึ่งออนเกียวพบว่าลำโพงที่ใช้เป็นลำโพงด้านบนมักให้ความแตกต่างของเสียงกับลำโพงใน channel ปกติมากพอสมควรถึงแม้ว่าเป็นลำโพงยี่ห้อเดียวกันก็ตามเถอะ คงด้วยโครงสร้างของตัวตู้ และการติดตั้ง AccuReflex ก็ถูกนำมาใช้เพื่อทำให้การปรับแต่งลำโพง Height channel มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกลมกลืนไปกับแชนเนลอื่นๆ โดยเฉพาะการตัดแบ่งความถี่ของ AVR ตัวนี้ก็น่าสนใจ เพราะมันสามารถตัดแบ่งความถี่ของลำโพงแต่ละ channel ได้เป็นอิสระตั้งแต่ 40 Hz ถึง 200 Hz แยกแต่ละ channel หมายความว่ามันเปิดโอกาสให้คุณได้ใช้ลำโพงขนาดใดก็ได้เพียงแต่ต้องมีซับวูฟเฟอร์รองรับสำหรับเสียงความถี่ต่ำซึ่งมันก็สามารถต่อพ่วงออกมาจาก AVR ตัวนี้ได้ถึง 2 ตัว
เพื่อให้สมกับชื่อการเป็น Network AV Receiver Onkyo TX-NR 656 ตัวนี้จึงตอบสนองไฟล์ format ของระบบเสียงทางดิจิตอลได้หลากหลายรูปแบบ อาจเรียกได้ว่าทุก format เสียงที่เป็นดิจิตัลในปัจจุบันที่เรารู้จักกัน ตั้งแต่ FLAC, WAV, DSD (2.8 and 5.6 MHz), AAC, Apple Lossless, MP3, WMA, WMA Lossless ที่สำคัญก็คือมันมี Googlecast อยู่ในตัวด้วย (อะไรจะกวาดกันให้หมดขนาดนั้น)
ทำให้เราสามารถใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนในระบบ android ค้นหาคลิป หรือคอนเท้นต์ต่างๆบนอินเทอร์เน็ตแล้วส่งต่อไปให้ออนเกียวตัวนี้ทำหน้าที่เปิดเพลงที่ชอบได้อย่างสะดวกรวดเร็ว 
แต่ช้าก่อนครับต้องรอการ Up firmware ในครั้งต่อไปนะครับขณะที่ทดสอบนี้ยังไม่มีฟังชั่นนี้ให้ใช้ ล่าสุดของ firmware ตัวใหม่เปิดให้ใช้ DTS-X กันก่อน
Onkyo ตัวนี้มีฟังก์ชั่นของความบันเทิงทางดิจิตอลที่อัดแน่นอยู่จริงๆ สำหรับคนที่กำลังหาตัวกลางของความบันเทิงเรื่องระบบเสียงในบ้านด้วยแล้ว Onkyo นำเสนอระบบที่มีชื่อเรียกว่า "FireConnect" อธิบายง่ายๆคือ Onkyo ใช้ระบบนี้ทำการ streaming เสียงผ่านทางระบบไร้สายโดยใช้สัญญาณ Wi-Fi ส่งต่อไปให้ลำโพงที่มีระบบเดียวกันสามารถเล่นเพลงโดยเลือกผ่านเซิร์ฟเวอร์ที่ต่อเข้ากับ 656 คุณสามารถวางลำโพงไว้ที่ใดก็ได้ในบ้านที่สัญญาณ Wi-Fi ไปถึงเป็นการพัฒนาระบบมัลติโซนไปอีกขั้นหนึ่งไม่ต้องไปยุ่งยากกับการเดินสายอีกต่อไป
ไร้สายระบบมัลติโซนใครรอกันบ้างยกมือขึ้น..
Design
ถ้าใครเป็นแฟนของออนเกียวแล้วมาเห็นเจ้า 656 ตัวนี้คงไม่แปลกใจในรูปร่างหน้าตาของมัน เพราะมันจำลองรูปร่างหน้าตาของตระกูล ZX ซึ่งเป็น network receiver รุ่น top ของ Onkyo มาแบบตั้งใจที่เห็นใหญ่แบบมโหฬารก็คือปุ่มหมุนวอลลุ่มทางขวาสุด สาบาญได้ว่าคุณจะไม่เคยเห็นปุ่มหมุนวอลลุ่มใหญ่ขนาดนี้จากที่ไหนมาก่อน (ยกเว้น ZX รุ่นพี่) ซึ่งสัมผัสแตกต่างจาก ZX ตรงที่มันเป็นพลาสติกเวลาจับหมุนเลยเบาโหวงไปหน่อย
โดยมีปุ่มหมุนอีก 2 อันที่เอาไว้ปรับเสียงทุ้มและเสียงแหลมโดยเลือกตัวเลือกเพิ่มจากปุ่มกดด้านบน เช่นเดียวกับปุ่มหมุนอีกตัวนึงที่อยู่ข้างๆ ที่เลือกฟังก์ชั่นเสียงตามโหมด Movies/ TV Music แล้วก็ Game เฉพาะในโหมด Music จะมีปุ่ม Direct และPure Direct ให้เลือกเพิ่มขึ้นมาเพื่อตัดการทำงานของระบบภาพ และหน้าปัทม์ซึ่งมักว่ากันว่าชอบมากวนในการรับฟังเพลงแบบ 2 channels เฉพาะ pure direct จะมีแอลอีดีสีฟ้าติดสว่างขึ้นมาเป็นสัญญาณบอกว่าคุณกำลังอยู่ในโหมดของการฟังเพลง แบบ 2 channel ที่ใสสะอาดบริสุทธิ์ที่สุดแล้วกับ network receiver ตัวนี้
หน้าจอแสดงผลตรงกลางก็จะเป็นแบบเมทริกซ์ผสมกันกับกราฟิก เพื่อแสดงผลการทำงานทุกอย่างของ network receiver ตัวนี้ ด้านขวามือของจอยังให้ปุ่มควบคุมการเลือกทิศทางติดมาด้วย ด้านล่างของจอก็จะเป็นสวิทซ์เลือกอินพุตทั้งหมด 12 อินพุต 
เราเห็นภาค phono บนปุ่มนึงที่อยู่ด้านหน้านี้ด้วย บอกให้รู้ว่าไม่ทิ้งคนที่ชอบความคลาสสิคของเทิร์นเทเบิ้ลเอาไว้อยู่
ที่เหลือก็จะเป็นช่องเสียบหูฟัง ช่องรับสัญญาณอินพุต HDMI ด้านหน้ากับช่องรับอินพุตออดิโอ และไมค์สำหรับต่อปรับเสียงของ AccuEQ ที่เป็นแจ็ค 3.5 mm 
ส่วนของการระบายความร้อนจะอยู่ด้านบนเจาะเป็นแผงระบายความร้อนไว้เกือบทั้งแผ่น ตลอดการใช้งานรู้สึกว่ามันจะร้อนแบบอุ่นๆ เท่านั้น ส่วนการทำงานของภาคดิจิตัลก็ประกอบไปด้วยภาคแปลงสัญญาณดิจิตอลเป็นอนาล็อกที่ใช้การประมวลผล384KHz เป็น 32 bit D/A converter ส่วนที่ประมวลผลที่ใช้สำหรับถอดรหัส เสียง Dolby Atmos และ DTS-X ก็เป็นชิปประมวลผล 32 บิตเช่นเดียวกัน
  
ด้านหลังจัดวางได้ไม่แออัด มี HDMI เอ้าท์สองชุดแบบเลือกชุดใดชุดหนึ่งหรือทั้งสองชุดได้
ปุ่มกดด้านหน้าถูกวางไว้เป็นระเบียบกว่าเดิมเยอะ ทำให้ดูหน้าตาสะอาดสะอ้าน
ยังคงไว้ซึ่งการปรับจูนจากผู้ใช้ในแบบแมนนวล
ออนเกียวยังพึ่งพาการเซ็ตอัพ และการแก้ไขให้เสียงเข้ากันได้กับอะครูสติคของห้องผ่านทาง AccuEQ เหมือนเดิม
แต่เพิ่ม AccuReflex มาให้กับลำโพงด้านบนศรีษะด้วย
 ขั้วต่อด้านหลังของ TX-NR656 ตัวนี้จะเห็นเด่นๆก็จะมีขั้วต่อลำโพง 9 ชุด ซึ่งมีอยู่ 2 ชุดที่สลับกันใช้ระหว่าง Height Chanel กับ Zone 2 และมี HDMI output ให้อีก 2 ชุดเช่นเดียวกับ network receiver ตัวใหญ่ๆ ซึ่งก็แสดงว่าคุณสามารถทำระบบมัลติโซนได้ทั้งภาพ และเสียงด้วย 656 ตัวนี้ด้วยช่อง HDMI output ที่เพิ่มขึ้นมา 
ทั้งยังเพิ่มช่องต่อ subwoofer ที่เป็น RCA output ให้อีก 2 ช่องแต่น่าเสียดายที่ไม่เกี่ยวกับการประมวลผลของโปรเซสเซอร์หมายความว่ามันยังคือระบบ “.1” ที่เพิ่มขั้วต่อซับวูฟเฟอร์ให้ต่อใช้ 2 ตัว 
ส่วน USB input ก็ยังเป็น Type A เพื่อต่อกับ harddisk external ในการเล่นไฟล์เพลงผ่านตัวเก็บข้อมูลเพลงภายนอกได้โดยผ่านหน้าจอ หรือ App ชื่อ Onkyo Controller แต่มันจะงงๆ กับ Ext. Harddisk ที่ฟอร์เมตมาแบบ NTFS นะครับไม่ขึ้นโชว์บน (ที่แอพฯ ไม่โชว์การเชื่อมต่อ ต้องดูที่หน้าปัทม์เครื่อง) แต่เล่นได้และเหมือนกับว่าเสียงดีกว่าแบบ FAT32 ด้วยนะ ใครซนก็ลองทดลองดูแล้วกัน
 
Onkyo Controller ต้องรีบโหลดมาใช้เลยสำหรับคนที่เป็นเจ้าของ Network A/V Reciever ตัวนี้
ออนเกียวขึ้นชื่อว่าในหมวดของ Network AV Receiver แต่ละรุ่นนั้นไม่เคยกั๊กฟังก์ชันเอาไว้ มีอะไรก็งัดเอาออกมาโชว์ให้ดูให้ใช้กันหมด สำหรับคนที่กำลังหา network player ที่เอาไปต่อกับ music server Onkyo TX nr 656 ตัวนี้ ให้เสียงที่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ทั้งๆ ที่ภาค DAC ก็เป็นตัวเดิมที่ออนเกียวใช้งานมาร่วมปีแล้วมาคราวนี้เขาปรับปรุงไปพร้อมๆ กับ application ที่ให้ดาวน์โหลดใน smartphone 
ซึ่งต้องขอชมว่า Onkyo เป็น network player ที่มี application บนสมาร์ทโฟนที่น่าใช้ที่สุด ใช้งานง่ายให้รายละเอียดครบทั้งภาษาไทยภาษาอังกฤษ รวมทั้งเป็นเน็ตเวิร์ตรีซีฟเวอร์ตัวแรกโชว์ปกของอัลบั้มเพลงให้ดูกันอย่างสวยงามอีกด้วย 
 
โชว์หน้าปกได้แถมยังเอาไปทำเป็น Wallpaper ด้วย
ที่แอพฯ ก็มีหน้าปกโชว์

ใครที่ชอบสไตล์ เสียงแบบชัดๆ สะอาดสะอาด ไม่ว่าจะเป็นเสียงร้องหรือเสียงเครื่องดนตรีอคูสติกอย่างเสียงเกากีตาร์ในเพลงของคุณ จรัล มโนเพ็ชร ชุด “โฟล์คซองคำเมือง” ที่ได้เสียงของคุณ สุนทรี เวชานนท์ในเพลงสาวเชียงใหม่ล่ะก็ ออนเกียวประเคนแบบจานด่วนให้คุณแบบไม่ต้องปรุงรสอะไรไปกว่านี้อีกแล้วครับ 
อัลบั้มเพลงไทยถ้าเอาจริงๆ บันทึกเสียงออกมาดีๆ ไม่อายของนอกก็ทำได้นะอย่างแผ่นนี้ แต่จะว่าไม่ใช่ของนอกก็ไม่ใช่เพราะแผ่นนี้ไปปั้มกันที่เยอรมันเลย เป็นชุดที่บันทึกเสียงใหม่จะได้ยินเสียงร้องที่สะอาด และชัดมากๆ ผนวกกับเสียงดนตรีก็เป็นโฟล์คซองจริงๆ เล่นเป็น background ร่วมกับลำโพง Wharfedale Diamond 220 ซึ่งใช้เป็นชุดโฮมเธียเตอร์แบบ 5.1 ฟังเป็นแบบ 2.1 channel ทีแรกผมคิดว่าจะไม่จับผิดมันล่ะเพราะฟังเอาเพลินๆ ดี

แต่ก็อดไม่ได้ต้องหาบรรทัดฐานให้มันสักหน่อย จำเป็นสำหรับ DAC ที่เอามาเทียบนั้นราคาค่าตัวก็สูงกว่า 656 ไปไม่น้อย(TEAC NT-503) ต่อผ่านช่องหูฟังกับหูฟัง Night Hawk ของ AudioQuest ง่ายดีน่าจะจับความแตกต่างกันได้ไม่ยาก 
สรุปรายละเอียดกันชัดๆ เลยแล้วกัน เสียงเบสที่ให้จังหวะของ DAC ออนเกียวมันจะออกมาเบลอๆ มัวๆ กว่า แต่เสียงร้องเป็นตัวตนชัดมาก อาจจะติดชัดเกินไปสักนิดด้วยซ้ำ เป็นเสียงร้อง เสียงกลาง ที่ไม่ได้หาได้ง่ายๆจาก DAC ใน AV receiver นะครับ
Setup
           Receiver Onkyo ตัวนี้การเซ็ตอัพใช้รูปกราฟิกแสดงถึงตำแหน่งการจัดวางลำโพงอย่างสวยงามแต่ที่น่าสนใจก็คือ รูปแบบการระบุตำแหน่งลำโพงจะเริ่มต้นตั้งแต่ 2.1.2 channel ไปจนถึง 5.1.2 channel โดยเลือกลำโพงที่เป็น Hight Channel หรือลำโพงที่อยู่บนเพดานได้ 3 ตำแหน่ง คือด้านหน้า/ ตรงกลางจุดนั่งฟัง/ แล้วก็ด้านหลัง โดยการวางไมค์ที่ให้มาเพื่อใช้กับฟังก์ชั่นของ AccuEQ นั้นทำได้แค่ 1 ตำแหน่ง การเซ็ตอัพใช้เวลาไม่นานนักครับ 

แต่ผมลองเซ็ตอัพซ้ำหลายครั้งลองกับซับวูฟเฟอร์ 2 ตัวมีข้อสังเกตว่าเสียงที่ออกมาจากซับวูฟเฟอร์ค่อนข้างถูกเร่งขึ้นมาดังเกินกว่าปกติประมาณ 5 dB ส่วน channel อื่นไม่มีปัญหาครับทั้งระดับความดัง และการปรับจุดตัดความถี่สามารถทำได้กลมกลืนกันดีถือว่าเป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของฟังก์ชัน AccuEQ ที่ไล่จูนลำโพงให้มีโทนเสียงที่ใกล้เคียงกัน เพราะส่วนใหญ่แล้วการใช้งานตามบ้านพักอาศัยทั่วไปสิ่งแวดล้อมที่จะสะท้อนเสียงของลำโพงทั้งสองด้านมักเอาแนะเอานอนไม่ได้ ทำให้การสะท้อนผนังของลำโพง ซ้ายและขวาแตกต่างกันไปมาก ตัวซอฟต์แวร์จับความแตกต่างของลำโพงในแชนแนลซ้ายและขวาของแต่ละชุดแล้วทำการปรับแต่งให้ดีขึ้นโดยไม่คำนึงถึงเรื่องอะครูสติค

    หากคุณต้องการปรับแต่งเสียงแต่ละ channel ให้ละเอียดลงไปยิ่งขึ้น 656 ตัวนี้ก็ยังมีอีกควอไลเซอร์ 15 band หรือ 15 ช่วงความถี่ให้ปรับได้อีกเก็บเป็นเมมโมรี่ได้ 3 ชุด ในตอนทดสอบเรายังไม่ได้ไปแตะต้องอะไรกับมันต้องหาเครื่องมือวัดมาเล่นด้วย แต่บอกไว้ก่อนนะครับว่ามันมีเครื่องมือให้คุณเล่น ให้คุณปรับกันอย่างถึงพระเดชพระคุณกันเลย
    
Sit & Listen
พอดีเราได้แผ่นของ 2 ซุปเปอร์ฮีโร่ Batman v Superman มาหมาดๆ เป็นแผ่น duo disk ที่มีทั้ง 4k Ultra HD กับแผ่นบลูเรย์อยู่ในกล่องเดียวกัน เราก็ได้แต่ตาปริบๆ คงต้องเล่นจากแผ่นบลูเรย์ไปก่อน ไม่เป็นไรครับ ทั้งสองแผ่นเป็นระบบเสียง Dolby Atmos เหมือนกัน เราคงไม่มาพูดเนื้อหาลึกลึกของหนังเรื่องนี้แต่ตั้งใจเอาความมันเป็นหลัก 
หนังเรื่องนี้อุดมไปด้วยความถี่ต่ำที่เรียกว่า Ultra Deep Bass คือเป็นเบสที่เน้นพลังงานประเภทมี SPL สูงๆ เรียกว่าเขย่าผนังห้องได้สบายๆ หรือไม่ก็นั่งฟังอยู่ในห้องแต่เสียงเบสออกไปตูม..ตูมนอกห้อง ลำโพงหลักของเราที่เป็น Whafedale Diamond 220 ยังรับมือได้ แต่ซับวูฟเฟอร์นี่สำคัญ เราพยายามจะใช้ซับ 10 นิ้วตัวเดียวมันไม่รอดสำหรับห้องนี้ ต้องพึ่งซับฯ 12 นิ้วอีก 1 ตัว ต่อออกมา ทาง Subwoofer Preout จากด้านหลัง TX-NR 656 อีกช่องหนึ่งได้เลยทันที 
โดยตั้งใจปรับให้ทำงานเฉพาะย่าน 55Hz ลงมาแค่นั้นสำหรับซับฯ​ ตัวที่สอง 
ทิศทางการแพนเสียงของ channel หลักทำได้ต่อเนื่อง แต่ละ channel ก็มีคาแร็กเตอร์ของเสียงที่กลมกลืนกันดี เรื่อง สิ่งแวดล้อมของห้องที่กระทบกับคุณสมบัติการสะท้อนเสียงก็สำคัญนะครับไม่ใช่ว่าลำโพงคู่เดียวกันเวลาเอามาใช้งานแล้วเสียงมันจะเหมือนกันทั้งสองข้าง AccuEQ ช่วยได้เยอะ ผมใช้มันทุก channel ไดนามิคเสียงหายไปนิดหน่อยแต่ก็พอยอมรับได้แลกกับเวทีเสียงที่ มี หน้า/กลาง/หลัง สิ่งที่ได้มาคุ้มกว่าสิ่งที่เสียไปเยอะ
ฉากเปิดตัว บรูซ เวย์น ช่วงแรก ก็เป็นออฟชั่นเรียกน้ำย่อยกันหลายนาที เป็นฉากที่พระเอกของเราขับรถลัดเลาะไปตามตึกโดยมีคอนกรีตร่วงลงมาเฉียดไป เฉียดมา ลำโพง channel พิเศษที่อยู่บนหัวของเราช่วยได้เยอะทำให้รู้สึกเหมือนมันร่วงลงมาจริงๆ  กองกันอยู่ตรงหน้าเห็นๆ ในฉากที่ Super Man เหาะแหวกท้องฟ้ามาช่วยนางเอก คุณจะได้ยินเสียง super sonic ที่ พุ่งตรงจากนอกจอเข้ามา เป็นตำแหน่งที่สอดคล้องกับภาพที่ปรากฏอยู่บนจอที่พระเอกกล้ามโตของเราพุ่งจากนอกจอเข้ามา ต้องยกความดีให้กับออนเกียวเจ้านี้ที่มีจุดตัดการแบ่งความถี่ที่ละเอียดทุก channel ไม่เว้นแม้กระทั่ง channel บนศีรษะที่เพิ่มขึ้นมาซึ่งตรงนี้เราคิดว่ามันค่อนข้างจะจำเป็นมาก
แต่ขณะที่ฉากต่อสู้ในแบบโรมรันพันตูอึกทึกครึกโครมเสียงสนทนาของตัวละครแต่ละตัวก็ยังได้ยินชัดมาจาก center channel ไม่จมหายไปกับเสียงเอฟเฟคเป็นเรื่องที่น่าชมเชย เสียงสนทนาเคลียร์ชัดเป็นบุคคลิกที่ติดตัวเอวีฯ ยี่ห้อนี้อย่างเหนียวแน่น
มาลองระบบเสียงที่ออนเกียวตัวนี้พึ่งอัพเดทให้ใช้ อย่าง DTS-X กันบ้าง ผมลองกับแผ่นหนังในเรื่อง The Last Witch Hunterที่ออนเกียว TX-NR656 ตัวนี้เลือกฟังก์เสียงได้อีก 2 แบบ คือ direct และ DTS-X ซึ่งผมเข้าใจว่าถ้าเราเลือกเป็น direct มันจะตัดวงจร AccuEQ ออก เท่าที่ลองฟังดูกดเลือกเป็น DTS-X เสียงจะออกแนวกว้างขึ้นโอบล้อมกว่า แต่ทั้งคู่ก็ส่งผ่านเสียงมายังลำโพง 5.1.2 channel ที่เราเซ็ตไว้เหมือนกัน สัมผัสแรกเลยรู้สึกว่าเสียงจาก DTS-Xแผ่นนี้ เบากว่าปกติประมาณ 5 db (ปรับวอลลุ่มเป็น 75) แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะขยาย background น้อยส์ขึ้นมาด้วย กลับกันผมกับได้ยินรายละเอียดเพิ่มขึ้นมาอีกด้วยซ้ำ อย่างฉากที่พ่อมด Vin Diesel ของเราคุยกับ Michael Caine ที่เล่นเป็นบาทหลวง ผมได้ยินเสียงดนตรีคลาสสิกเปิดคลออยู่ตลอด ซึ่งเสียงมันไม่เคยสะดุดหูเท่ากับที่เปิดกับชุดนี้มาก่อน ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องจดจำเป็นประสบการณ์ของระบบเสียง DTS-Xจากออนเกียว 656 ตัวนี้
เรื่องกำลังขับนะหรือ 160 วัตต์ต่อแชนเนลที่ 6 โอห์ม กับลำโพง 8 โอห์มที่เราเอามาเข้าชุดน่าจะเหลือประมาณ 100 วัตต์ ซึ่งก็ดูจะเพียงพอกับลำโพงวางขาตั้ง หรือตั้งพื้นทั่วๆ ไป แต่ก็คงจะพิสูจน์อะไรไม่ได้เท่ากับการใช้งานจริง เลยต้องจัดแผ่นบลูเรย์เรื่อง Unbroken ในฉากเปิดตัวฉากแรกที่มีฝูงเครื่องบินทิ้งระเบิดซึ่งเป็นฉากเด็ดที่ใช้โชว์ระบบเสียง Dolby Atmos ถ้าเทียบระหว่าง AVR กับลำโพงที่ใช้ร่วมกันชุดนี้ถือว่าเป็นชุดที่ย่อมเยาที่สุดที่เราเคยเทสมาตลอดปีนี้ เสียงที่ได้บอกได้เลยครับว่าไม่ได้ลดเกรดเหมือนกับมูลค่าของมัน ยังให้สเกลของเสียงได้เหมือนใช้ลำโพงใหญ่ๆ เป็นลำโพงคู่หน้า เสียงมาเต็มด้านหน้า ต้องยกความดีให้การถอดรหัส Dolby Atmos สำหรับลำโพงฝังเพดานที่ถูกเซ็ตอัพอยู่บนศีรษะด้วย  ช่วงที่ลำโพงต้องทำงานหนักหน่วงทุกๆ ตัวในฉากที่ต้องมีแต่เสียงระเบิดสนั่นรอบๆ ตัวแถมยังเคล้าไปกับเสียงปืนถือว่า Onkyo TX-NR656 ผ่านฉากนี้ไปได้อย่างสบายๆ ร่วมกับชุดลำโพง Wharfedale Diamond 220 เสียงลูกระเบิดลูกแรกดังขึ้นก็รู้แล้วล่ะครับว่าความหนักแน่นของ Onkyo นั้นไม่เป็นรองใคร เสียงเอฟเฟ็คเซอร์ราวน์ดด้านหลังยังไม่ลอยเป็นอิสระ เข้ามาแบบใกล้ๆ หู เหมือนกับชุดเซอร์ราวน์ดที่แพงขึ้นไปมากกว่านี้  
อีกเรื่องหนึ่งที่จะข้ามไปไม่ได้เลยสำหรับ Network AV Receiver ตัวนี้ก็คือเรื่องของภาพครับ เพราะว่า AV receiver ตัวนี้สามารถที่จะสเกลภาพที่เป็น Full HD หรือ 1080p ที่ป้อนเข้ามาให้ออกมาเป็นรายละเอียดระดับ 4k ได้ทุกความถี่ ถือว่าเป็น AV receiver ตัวแรกที่ทำแบบนี้ ใครที่มีอุปกรณ์อินพุตที่สามารถส่งภาพเป็น 1080p ได้ไม่ว่าจะที่ 24Hz/50Hz หรือ 60Hz receiver ตัวนี้ก็สามารถแปลงเป็น รายละเอียดระดับ 4k ตามความถี่ที่ให้มาได้ทั้งหมด โดยผมลองเอาดิจิตอลจูนเนอร์ธรรมดาๆ ที่รับสัญญาณจากช่องรายการทีวีดิจิตอลทางเสาอากาศในอาคารป้อนเข้าเป็นอิพุตนึงให้กับ 656 และสเกลไปที่ 1080p/ 50Hz ภาพที่ได้ก็อย่างที่เห็นครับมีความแตกต่างจากจูนเนอร์ของทีวีเองน้อยมาก เผลอๆ ภาพที่ผ่านการ scale จาก 656 คมกว่านิดหน่อยด้วยซ้ำ
การเซ็ตอัพทำได้โดยการเข้าไปตั้งค่าที่โหมด TV Out ให้เป็น “Auto” ออนเกียวยังมีฟังก์ชันที่เรียกว่า Super resolution ที่ใช้ในการปรับแต่งภาพให้อีก 3 แบบ ผมเช็คดูแล้วเลือกไปที่ 3 จะได้น้ำหนักของสีสันและความกลมกลืนของแสงที่ดีที่สุดกับการรับชมร่วมกับทีวีที่เราใช้งานแล้วครับ
Conclusion
ผมกำลังจะจบสรุป เอวีรีซีฟเวอร์ตัวนึงของ Onkyo รหัสโมเดล TX-NR656 มันเป็นวางตัวในตลาดอยู่ที่ระดับราคากลางๆ (ประมาณ 3 หมื่นกว่าบาท) 
สรุป ส่งต้นฉบับ พร้อมกับปล่อยคืนกลับไป 
ยังนึกว่า ถ้าไม่ได้ต้องทดสอบมัน แล้วเอาไปอยู่ที่บ้านเราจะใช้มันได้หมดจนครบทุกฟังก์ชั่นรึเปล่า มันมีอะไรให้ใช้ให้เล่นมากมายจริงๆ 
อย่างน้อยผมรู้สึกว่ายิ่งถ้าใช้กับจอทีวี 4K ด้วยแล้ว จะรู้ว่าการสเกลภาพจาก 1080p ได้หมดไม่เฉพาะจากแผ่นบลูเรย์นี่เป็นอะไรที่น่าอภิรมณ์เสียเป็นยิ่งนัก และจากการลองเปรียบเทียบดูมันไม่ได้ทำมาเล่นๆ ครับใช้ได้จริง ภาพดีขึ้นจริงระดับ 4K ที่ละเอียดขึ้น ลดน้อยส์ หรือสิ่งรบกวนลงไปได้ทำให้ภาพเนียนขึ้น
ภาค DAC นี่ผมเชื่อขนมกินอยู่แล้วไม่ได้นึกเป็นห่วงเลยเพราะว่า ออนเกียวเข้ามาเล่นในเรื่องของ  digital network audioอย่างเต็มตัว รู้วิธีแปลงไฟล์ตั้งแต่ต้นทางจนออกมาเป็น analog รู้วิธีทำ application เพื่อให้ใช้งานได้ แถมสวยและสะดวกกว่าชาวบ้านเขา เมื่อลองดูแล้วก็ไม่มีอะไรต้องติดเลยครับประเด็นนี้
ผมว่าเรื่องภาคขยายเสียงกลายเป็นประเด็นเดียวที่หลายคนยังกังขา
พูดกันตรงๆ ว่าตั้งแต่ไปคบกับ THX AV Receiver ของออนเกียวมีน้ำเสียงที่เข้าข่าย ในระดับที่ได้ยินจากโรงภาพยนตร์ยังไงกลับมาที่บ้านก็ได้ยินอย่างนั้นแหละ ลดความจัดจ้านลงไปมาก
เรื่องภาคขยายนี่คงไม่ใช่ความผิดของออนเกียวอย่างเดียว เพราะเขาซอยรุ่น ซอยโมเดล เตรียมเผื่อเอาไว้แล้ว อย่างตัวนี้ที่เมืองนอกก็จะมีรุ่น TX-NR757 กับ TX-NR555 ปิดหัวปิดท้าย กับ TX-RZ610 ที่เป็นรุ่นแรกเริ่มต้นของ series ใหญ่ ให้เลือกขยับขึ้นไปดูจากสเปคฟังก์ชั่นการใช้งานแทบไม่แตกต่างกันเลย แตกต่างกันที่กำลังขับของแอมป์ และความลงตัวด้านความสวยงาม ตัวเลขกำลังขับขยับขึ้นมาอีกนิดหน่อย
สรุปแล้ว ดูยังไง TX-NR656 ก็ได้ทุกอย่างที่คุ้มค่าเพียงคุณต้องหาลำโพงมาเข้ากับมันให้ได้ งานนี้อาจจะต้องเลือกแอมป์ก่อนเลือกลำโพง ผมลองให้ชุดนึงแล้วกับลำโพง 8 โอห์ม ที่ความไว 86 dB การันตีว่าภาคขยายของเอวีรีซีฟเวอร์ตัวนี้เอาอยู่ได้สบายมาก 


ที่มา : GM2000